กติกาการแข่งขัน

กีฬาบาสเกตบอล

1.       การแข่งขันบาสเกตบอลแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ประเภท ชาย และ หญิง

2.       การแข่งขันให้ใช้กติกาการแข่งขันบาสเกตบอลสากล

3.       ผู้เล่นฝ่ายละ 5 คน ผู้เล่นสำรอง 7 คน

4.       การแข่งขันแบ่งออกเป็น  4 ช่วงเวลา ช่วงเวลาละ 10 นาที

กีฬาฟุตบอล

1.       การแข่งขันฟุตบอลแบ่งออกเป็น 2 สาย

2.       ไม่มีการล้ำหน้า

3.       ผู้รักษาประตูต้องใส่เสื้อสีแตกต่างจากผู้เล่น

4.       การเตะจุดโทษเพื่อหาผู้ชนะให้เตะโทษ ณ จุดเตะโทษทีม ละ 3 คน

5.       เวลาแข่งขันครึ่งละ 25 นาที ตามความเหมาะสมของอายุผู้เล่น พักระหว่างครึ่ง  5  นาที

6.       ขนาดสนาม  กว้าง 40 เมตร   ยาว  60  เมตร อาจยืดหยุ่นได้

7.       จุดโทษ ระยะห่างเส้นประตู  7  เมตร  และมีรัศมี  4 เมตร

8.       ขนาดประตู   สูง 2 เมตร  กว้าง  4  เมตร

9.       วงกลมกลางสนาม รัศมี 4 เมตร

10.    เขตประตู กว้าง 3 เมตร ยาว  10 เมตร

11.    เขตโทษ กว้าง 9  เมตร  ยาว 22 เมตร

12.    เส้นโค้งมุมสนามรัศมี 50  เซนติเมตร

13.    การตั้งกำแพงต้องห่างจากจุดเกิดเหตุ  7 เมตร

กีฬาแชร์บอล

1.       สนามแข่งขัน เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 16 เมตร(เส้นหลัง) ยาว 32 เมตร(เส้นข้าง) สนามแบ่งออกสองส่วนเท่าๆ กันด้วยเส้นแบ่งแดน

2.       อุปกรณ์ เก้าอี้ 4 ขา ไม่มีพนักพิง สูง 35-40 ซ.ม. ที่นั่งกว้าง 30-35 ซ.ม. เป็นชนิดเดียวกันทั้ง 2 ตัว วางไว้จุดกึ่งกลางของเส้นหลัง ตะกร้าสูง 30-35 ซ.ม. ปากตะกร้าเป็นรูปทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 30-35 ซ.ม. ลูกบอลใช้ลูกแชร์บอลหรือลูกฟุตบอลขนาดเบอร์ 4-5

3.       การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ครึ่ง ครึ่งละ 20 นาที เวลาการแข่งขันเริ่มเมื่อผู้ตัดสินโยนลูกบอลขึ้นระหว่างผู้เล่นสองคนของแต่ละฝ่ายที่อยู่ในวงกลม และลูกบอลได้ถูกผู้เล่นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้ว

4.       ชุดหนึ่งประกอบด้วยผู้เล่น 12 คน เป็นผู้เล่นในสนาม 7 คน สำรอง 5 คน

5.       ผู้ป้องกันตะกร้าเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีสิทธิ์เข้าไปในเขตป้องกันตะกร้าได้

6.       ผู้ถือตะกร้า ขณะรับลูกบอลต้องอยู่บนเก้าอี้พร้อมกับตะกร้า สามารถเคลื่อนไหวตะกร้าได้ทุกลักษณะ

7.       เขตป้องกันตะกร้าเป็นพื้นที่ของผู้ป้องกันตะกร้าเพียงคนเดียวเท่านั้น

8.       การเล่นลูกบอล อนุญาตให้ผู้เล่นกระทำ หยุด จับ ตี ปัด กลิ้ง ส่ง หรือขว้างลูกบอลด้วยมือ แขน ศีรษะ และลำตัวเหนือเอวขึ้นไปได้ ครอบครองลูกบอลด้วยมือเดียว หรือกดลูกบอลที่อยู่บนพื้นสนาม หรือโยนลูกบอลขึ้นในอากาศได้ไม่เกิน 3 วินาที

9.       จะนับได้คะแนนเมื่อลูกบอลลงตะกร้าจากการยิงประตูโดยตรง

10.    การเริ่มเล่นด้วยลูกกระโดด ผู้ตัดสินเป็นผู้โยนลูกกระโดดที่วงกลมกลางสนามระหว่างผู้กระโดดทั้งสองฝ่าย

11.    การส่งลูกบอลเข้าเล่นจากเส้นหลัง จะส่งลูกบอลเข้าเล่นเมื่อลูกบอลทั้งลูกได้ผ่านเส้นข้างหรือเส้นหลังและถูกพื้นที่นอกสนามแข่งขัน ให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามส่งลูกบอลเข้าเล่นจากมุมสนามด้านที่ลูกบอลออก

12.    ให้ยิงโทษเมื่อทำผิดกติกา และฟาวล์โดยเจตนา

13.    จะเปลี่ยนตัวผู้เล่นได้เมื่อลูกตายและฝ่ายที่ขอเปลี่ยนตัวเป็นผู้ครอบครองลูกบอลอยู่ หรือเมื่อมีการยิงโทษ

14.    การแข่งขันครั้งหนึ่งประกอบด้วยผู้ตัดสิน 2 คน ควบคุมการแข่งขันตั้งแต่เริ่มเล่นจนถึงสิ้นสุดการแข่งขัน

15.    เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ประกอบด้วยผู้บันทึก 1 คน ผู้จับเวลา 1 คน ผู้ใส่ป้ายคะแนน 1 คน

กีฬาเปตอง

1.       การแข่งขันเป็นการแข่งขันเปตองประเภททีม 3 คน ผู้เล่นสำรอง 1 คน

2.       ผู้เล่นฝ่ายละ   3  คน (Triples)  ในการเล่นฝ่ายละ 3 คน  ผู้เล่นแต่ละคนต้องมีลูกเปตองคนละ  2  ลูก

3.       การแข่งขันใช้กติกาการแข่งขันเปตองสากล โดยให้ใช้คะแนนการแข่งขัน 11 คะแนน : 1 เกมส์

4.        เริ่มด้วยการเสี่ยงทาย จะเสี่ยงด้วยวิธีใดก็ได้ เพื่อตัดสินว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้เริ่มเล่นก่อน 

5.       ฝ่ายที่ชนะการเสี่ยงเป็นฝ่ายเริ่มเล่นก่อน โดยผู้เล่นคนใดคนหนึ่ง เลือกจุดเริ่มต้น ขึ้นโดยเขียนวงกลมลงบนพื้นสนาม ณ จุดใดจุดหนึ่ง มีเส้นผ่าศูนย์กลางระหว่าง 35-50 ซม. แต่ต้องห่างจากเส้นเขตสนามหรือสิ่งกีดขวางต่างๆ เช่น ต้นไม้ กำแพง ขอบถนน ฯลฯ ไม่น้อยกว่า 1 เมตร 

6.       เมื่อเขียนวงกลมเสร็จแล้ว ฝ่ายที่ชนะการเสี่ยงคนใดคนหนึ่งจะต้องเข้าไปยืนอยู่ในวงกลม แล้วโยนลุกเป้าให้ห่างออกไปจากจุดเริ่มต้น จากตัวผู้ยืน ไม่น้อยกว่า 6 เมตร แต่ไม่เกิน 10 เมตร ถ้าโยนลูกเป้าไม่ได้ตามระยะตามที่กำหนด ผู้โยนจะต้องโยนใหม่หากครบ 3 ครั้ง แล้วยังไม่ได้ตามกติกา ต้องเปลี่ยนให้ฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้โยนลูกเป้าแทน และมีสิทธิโยนได้ 3 ครั้งเหมือนกัน 

7.       เมื่อโยนลูกเป้าได้ถูกต้องแล้ว ฝ่ายที่ชนะการเสี่ยงจะต้องเป็นฝ่ายโยนลูกบูลให้ไปอยู่ใกล้ลูกเป้ามากที่สุด (ลูกบูลจะไปถูกลูกเป้าก็ได้) 
หมายเหตุ ขณะโยนลูกบูล เท้าทั้งสองข้างต้องอยู่ภายในวงกลม ห้ามเหยียบเส้น ห้ามยกเท้า และต้องคอยให้ลูกบูลตกถึงพื้นก่อน จึงจะออกจากวงกลมได้ 

8.       หากฝ่ายใดโยนลูกหมดก่อน อีกฝ่ายหนึ่งที่มีลูกบูลเหลือก็จะต้องโยนลูกบูลที่เหลือจนหมด และต้องพยายามให้ลูกบูลของฝ่ายตนเข้าใกล้ลูกเป้าให้มากที่สุด เพื่อจะได้คะแนนมากๆ 

กีฬาเทเบิลเทนนิส

1.       พื้นหน้าด้านบนของโต๊ะเรียกว่า พื้นผิวโต๊ะ (PLAYING SURFACE) จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาว 2.74 เมตร (9 ฟุต) ความกว้าง 1.525 เมตร (5 ฟุต) และจะต้องสูงได้ระดับ โดยวัดจากพื้นที่ตั้งขึ้นมาถึงพื้นที่ผิวโต๊ะ สูง 76 เซนติเมตร (2 ฟุต 6 นิ้ว) 

2.       ส่วนประกอบของตาข่ายจะประกอบด้วย ตาข่าย ที่แขวนและเสาตั้ง รวมไปถึงที่จับยึดกับโต๊ะเทเบิลเทนนิส 

3.       ลูกเทเบิลเทนนิส จะต้องกลมและมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตร 

4.       ไม้เทเบิลเทนนิสจะมีรูปร่าง ขนาด หรือน้ำหนักอย่างไรก็ได้ แต่หน้าไม้จะต้องแบนเรียบและแข็ง 

5.        การตีโต้ (RALLY) หมายถึงระยะเวลาที่ลูกอยู่ในการเล่น

6.       เมื่อเริ่มส่ง ลูกเทเบิลเทนนิสต้องวางเป็นอิสระอยู่บนฝ่ามืออิสระ โดยแบฝ่ามือออกและลูกจะต้องอยู่นิ่ง

7.       เมื่อลูกเทเบิลเทนนิสได้ถูกส่งหรือตีโต้ไปตกลงในแดนตรงข้ามอย่างถูกต้องแล้ว ฝ่ายรับตีลูกข้ามหรืออ้อมตาข่ายกลับไป เพื่อให้ลูกกระทบแดนของอีกฝ่ายหนึ่งโดยตรง หรือสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของตาข่ายแล้วตกลงในแดนของฝ่ายตรงข้าม

8.       ลำดับการเล่นคือฝ่ายส่งได้ส่งอย่างถูกต้อง ฝ่ายรับจะตีโต้กลับไปอย่างถูกต้องหลังจากนั้นฝ่ายส่งและฝ่ายรับจะผลัดกันตีโต้ 

9.       ลูกที่ให้ส่งใหม่คือถ้าลูกที่ฝ่ายส่งได้ส่งไปกระทบส่วนต่าง ๆ ของตาข่ายแล้วข้ามไปในแดนของฝ่ายรับโดยถูกต้องหรือส่งไปกระทบส่วนต่าง ๆ ของตาข่าย แล้วผู้รับหรือคู่ฝ่ายรับขวางลูก หรือตีลูกก่อนที่ลูกจะตกกระทบแดนของเขาในเส้นสกัด

10.    ผู้เล่นจะได้คะแนนถ้าผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม ไม่สามารถส่งลูกได้อย่างถูกต้อง 

11.    ผู้เล่นหรือคู่เล่นที่ทำคะแนนได้ 11 คะแนนก่อน จะเป็นฝ่ายชนะ ยกเว้นถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้ 10 คะแนนเท่ากันจะต้องแข่งขันต่อไป โดยฝ่ายใดทำคะแนนได้มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง 2 คะแนน จะเป็นฝ่ายชนะ 

12.    ในหนึ่งแมทช์ประกอบด้วยเกมการแข่งขันที่เป็นจำนวนเลขคี่ เช่น 2 ใน 3 เกม, 3 ใน 5 เกม, 4 ใน 7 เกม เป็นต้น 

13.    สิทธิ์ในการเลือกส่ง เลือกรับ หรือเลือกแดน จะใช้วิธีเสี่ยงทาย โดยผู้ชนะในการเสี่ยงจะต้องเป็นผู้เลือก

                                14.    ถ้าผู้เล่นส่งหรือรับลูกผิดลำดับ กรรมการผู้ตัดสินจะยุติการเล่นทันที ที่ได้ค้นพบข้อผิดพลาด และทำการเริ่มเล่นใหม่ โดยผู้เล่นและผู้รับที่ควรจะเป็นผู้ส่งและผู้รับตามลำดับที่ได้จัดวางไว้ 

                                        ตั้งแต่เริ่มการแข่งขันของแมทช์นั้นต่อจากคะแนนที่ทำได้   สำหรับในประเภทคู่ หากไม่สามารถทราบถึงผู้ส่งและผู้รับที่ถูกต้อง ลำดับในการส่งจะถูกจัดให้ถูกต้อง 

                                         โดยคู่ที่มีสิทธิ์ในครั้งแรกของเกมที่ค้นพบข้อผิดพลาดนั้น 

15.    ระบบการแข่งขันเร่งเวลาจะถูกนำมาใช้ ถ้าเกมการแข่งขันในเกมนั้นไม่เสร็จสิ้นภายในเวลา 10 นาที หรือก่อนครบกำหนดเวลาก็ได้ ถ้าผู้เล่นหรือคู่เล่นทั้งสองฝ่ายต้องการ ยกเว้น ในกรณีที่ผู้เล่นหรือคู่เล่นทั้งสองฝ่ายมีคะแนนไม่น้อยกว่า 9 คะแนน จะแข่งขันตามระบบเดิม 

16.    เสื้อผ้าที่ใช้แข่งขัน ปกติจะประกอบไปด้วยเสื้อแขนสั้น หรือแขนกุด กางเกงขาสั้นหรือกระโปรง หรือส่วนหนึ่งของชุดกีฬาถุงเท้าและรองเท้า ส่วนเสื้อผ้าชนิดอื่น ๆ เช่น บางส่วนหรือทั้งหมดของชุดวอร์มจะไม่อนุญาตให้ใส่ในระหว่างการแข่งขัน ยกเว้นได้รับอนุญาตจากผู้ชี้ขาด สำหรับในการแข่งขันระดับภายในประเทศไทย ให้ผู้เข้าแข่งขันสอดชายเสื้อไว้ในกางเกงหรือกระโปรงทุกครั้ง และเสื้อแข่งขันจะต้องมีปกเท่านั้น 

17.    มาตรฐานของพื้นที่แข่งขันจะต้องมีความกว้างไม่น้อยกว่า 7 เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า 14 เมตร และสูงไม่น้อยกว่า 5 เมตร 

18.    การโฆษณาภายในพื้นที่การแข่งขันสามารถทำได้เฉพาะบนอุปกรณ์การแข่งขัน โดยไม่มีการต่อเติมออกมาเป็นพิเศษ 

19.    ผู้ชี้ขาดจะต้องถูกแต่งตั้งขึ้นในการแข่งขันแต่ละครั้ง เพื่อควบคุมการแข่งขัน โดยชื่อและที่ติดต่อจะต้องเป็นที่ทราบแก่ผู้เข้าแข่งขัน หรือหัวหน้าทีมต่าง ๆ พอสมควร

20.    ผู้ตัดสินจะถูกแต่งตั้งขึ้น 1 คน และผู้ช่วยผู้ตัดสิน 1 คน ในแต่ละแมทช์  โดยจะนั่งหรือยืนตรงด้านข้างของโต๊ะในแนวเดียวกันกับตาข่ายและห่างจากโต๊ะประมาณ 2-3 เมตร 

21.    ผู้ช่วยผู้ตัดสินมีหน้าที่ตัดสินว่าลูกเทเบิลเทนนิสสัมผัสถูกขอบโต๊ะหรือไม่ ในด้านที่ใกล้ที่สุดกับตนเอง

22.    การประท้วง จะไม่มีการตกลงกันเองของผู้เล่นหรือหัวหน้าทีมที่จะเปลี่ยนแปลงคำตัดสินหรือเจ้าหน้าที่ในกรณีที่เกมการแข่งขันเกิดปัญหาขึ้นตามข้อเท็จจริง หรือเปลี่ยนแปลงการตีความกติกาหรือกฎข้อบังคับของผู้ชี้ขาดหรือเปลี่ยนแปลงการดำเนินการจัดการแข่งขัน ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบ ของคณะกรรมการจัดการแข่งขัน 

23.    ผู้เล่นจะต้องไม่ทำการคัดเลือกลูกเทเบิลเทนนิสในพื้นที่แข่งขัน

24.    ผู้เล่นจะเปลี่ยนไม้เทเบิลเทนนิสได้ในระหว่างแมทช์การแข่งขันเมื่อเกิดจากอุบัติเหตุจนไม่สามารถใช้แข่งขันได้เท่านั้น โดยผู้เล่นสามารถเปลี่ยนไม้อันใหม่ได้ ด้วยไม้ของผู้เล่นที่นำติดตัวเข้ามาในพื้นที่การแข่งขันหรือไม้ที่ถูกส่งให้กับผู้เล่นในพื้นที่การแข่งขันก็ได้ 

25.    ในการแข่งขันประเภททีม ผู้เล่นจะได้รับคำแนะนำ หรือการสอนจากใครก็ได้ แต่ในการแข่งขันประเภทบุคคล ผู้เล่น หรือคู่เล่น จะได้รับการสอนจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้นซึ่งจะต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบก่อนการแข่งขัน ยกเว้นระดับนานาชาติในประเภทคู่ หากผู้เล่นมาจากคนละประเทศให้ผู้เล่นเสนอรายชื่อผู้สอนของแต่ละคนได้ ถ้าบุคคลที่ไม่มีหน้าที่ได้รับการแต่งตั้งมาทำการสอนผู้ตัดสินจะใช้ใบแดงแสดงให้บุคคลนั้นออกจากบริเวณพื้นที่แข่งขันโดยผู้ใดกระทำผิดให้พิจารณาเฉพาะบุคคลนั้น ๆ

26.    ผู้เล่นจะได้รับการสอนในระหว่างการหยุดพักระหว่างจบเกมหรือระหว่างช่วงหยุดพักการเล่นชั่วคราวที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น หากมีบุคคลสอนผู้เล่นในขณะแข่งขัน ผู้ตัดสินจะใช้ใบเหลืองแสดงเตือนบุคคลนั้น ไม่ให้กระทำเช่นนั้นอีก และแจ้งให้ทราบว่าในครั้งต่อไปจะให้ออกจากบริเวณพื้นที่แข่งขัน 

27.     ในการแข่งขันประเภททีม ผู้เล่นจะได้รับคำแนะนำ หรือการสอนจากใครก็ได้ แต่ในการแข่งขันประเภทบุคคล ผู้เล่น หรือคู่เล่น จะได้รับการสอนจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้นซึ่งจะต้องแจ้งให้ผู้ตัดสินทราบก่อนการแข่งขัน ยกเว้นระดับนานาชาติในประเภทคู่ หากผู้เล่นมาจากคนละประเทศให้ผู้เล่นเสนอรายชื่อผู้สอนของแต่ละคนได้ ถ้าบุคคลที่ไม่มีหน้าที่ได้รับการแต่งตั้งมาทำการสอนผู้ตัดสินจะใช้ใบแดงแสดงให้บุคคลนั้นออกจากบริเวณพื้นที่แข่งขันโดยผู้ใดกระทำผิดให้พิจารณาเฉพาะบุคคลนั้น ๆ 

28.    เมื่อผู้ตัดสินได้พิจารณาแล้วเห็นว่าผู้เล่นหรือผู้ฝึกสอนทำความประพฤติไม่ดีอย่างร้ายแรง ผู้ตัดสินจะให้ใบเหลือง และเตือนถึงการลงโทษหากยังกระทำอยู่อีก 

29.    ในการแข่งขันประเภททีมจะทำการแข่งขันแบบ BEST OF 5 MATCHES (5 SINGLES) หรือ BEST OF 5 MATCHES (4 SINGLES AND 1 DOUBLES) หรือระบุอื่น ๆ เช่น BEST OF 7 MATCHES. BEST OF 9 MATCHES ซึ่งจะต้องระบุลงในระเบียบการแข่งขันนั้น ๆ